คนทำโรงงานต้องรู้ ปั๊มลมอุตสาหกรรมแบบไหนเหมาะกับงานของเรา

ปั๊มลม หรือเรียกกันว่า เครื่องอัดอากาศ ที่มีชื่อภาษาอังกฤษแบบเท่ๆว่า "Air Compressor"

ทำหน้าที่อัดลมให้มีแรงดันสูง เพื่อที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ต่อนั่นเอง แต่ช้าก่อน วันนี้เราไม่ได้พูดถึงเรื่องปั๊มลมแบบธรรมดาๆอย่างแน่นอน เพราะ ทาง " puma air compressor Thailand จะมาแนะนำให้เพื่อนๆรู้จักกับ

ปั๊มลม ที่เหมาะสมกับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น โรงงานเฟอร์นิเจอร์  โรงงานผลิตเครื่องมือก่อสร้าง โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ยาเคมีภัณฑ์ ต่างๆ  สำหรับอู่ซ่อมรถยนต์ การไปทำงานนอกสถานที่ และงาน DIY ต่างๆภายในบ้าน จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

เวลานึกถึงปั๊มลม puma หลายคนก็จะนึกถึง ปั๊มลมโรตารี่หรือปั๊มลมแบบขับตรง แบบสายพาน และแบบ Oil free แต่จริงๆแล้วทาง puma ก็มีปั๊มลมในรูปแบบอื่นๆอยู่เหมือนกันนะ แถมยังคุณภาพเน้นๆ แบบเดียวกับปั๊มลมรุ่นยอดฮิตของทางบริษัทอีกด้วย ไม่ด้อยไปกว่ากันเลย

ปั๊มลมเป็นสิ่งที่จำเป็นเป็นอย่างมากสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมแทบทุกประเภท เช่น โรงงานหนัง โรงงานกระดาษ โรงงานไม้ ทุกที่ต้องใช้ปั๊มลมแทบทั้งนั้น ดังนั้น ลม จึงเป็นส่วนหนึ่งของระบบการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมและมีระบบการควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ การเลือกใช้ ปั๊มลมที่เหมาะสมกับการใช้งานจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะถ้าเลือกปั๊มลมที่เหมาะสม มาใช้งานจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ของเครื่องจักรได้นั่นเอง




1.ปั๊มลมแบบสกรู เป็นที่แพร่หลายมากในปัจจุบัน ปั๊มลมชนิดนนี้มีหลักการทำงานโดยให้เพลาสกรูสองตัว(เพลาสกรูตัวผู้และเพลาสกรูตัวเมีย)หมุนเข้า
หากันดูด อัดอากาศผ่านเกลี่ยวสกรู  และใช้เเบริ่งช่วยลดเเรงเสียดทานรองรับน้ำหนักรับเพลาให้เที่ยงตรงทั้งแนวรัศมีและแนวแกน เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้สกรูสองตัวสัมผัสกัน ส่วนการระบายความร้อนจะมีทั้งการใช้อากาศ น้ำ และน้ำมัน เป็นตัวระบายความร้อนขณะทำงาน

 

ปั๊มลมระบบสกรู ที่เป็นที่นิยม มี 2 รูปแบบ ได้แก่

1.ระบบสายพาน Belt Drive)

2.ระบบขับตรง (Direct Drive)

 

แล้วทำไมโรงงานส่วนใหญ่จึงเลือกใช้ปั๊มลมแบบสกรูกัน?

1.ให้ปริมาณลมอัดที่มากกว่าปั๊มลมแบบอื่น 20 - 30% เมื่อเทียบกับมอเตอร์ที่มีแรงม้าขนาดเท่ากัน

2.ระบบสตาร์ทของปั๊มลมชนิดนี้ จะกินกระแสไฟต่ำในตอนสตาร์ท ช่วยให้ประหยัดพลังงานมากกว่าปั๊มแบบลูกสูบ

3.ปริมาณไอน้ำน้อยขณะเดินเครื่อง ซึ่งช่วยยึดอายุให้กับอุปกรณ์ลมต่างๆ

4.เสียงเงียบและเบา

5.มีระบบ AIR/OIL Separator ซึ่งเป็น ตัวดักกรองที่จะคอยจับอนุภาคของน้ำมันที่ปนออกมากกับลม ทำให้ลมที่ออกมามีน้ำมันปนมากับลมน้อยกว่าแบบลูกสูบ

6.มีให้เลือกหลายขนาดตั้งแต่ 10HP จนถึง 600HP และยังมีแบบ Oil-Free อีกด้วย

 

ในโรงงานปกติทั่วไปสามารถใช้ปั๊มลมสกรู ระบบหล่อลื่นด้วยน้ำมัน แบบปกติได้ แต่ในกลุ่มโรงงานที่ต้องการความสะอาดสูงมากๆ เช่น พวกโรงงานเกี่ยวกับอาหาร ยา หรือเคมีภัณฑ์ต่างๆ จะใช้ Air filter เพื่อช่วยกรองอีกชั้นทำให้ได้ลมที่สะอาดมากยิ่งขึ้น



2.ปั๊มลมแบบลูกสูบ เป็นปั๊มลมยอดฮิตสำหรับกลุ่มอู่รถยนต์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้รับความนิยมมากที่สุด มีหลากหลายขนาด และราคาไม่สูงจนเกินไป  สามารถสร้างแรงดันลมได้ตั้งแต่ 1 bar จนถึง 1,000 bar กันเลยทีเดียวปั๊มลมชนิดนี้ เป็นปั๊มลมที่มีหลักการทำงานโดยจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นต้นกำลังในการขับเคลื่อนลูกสูบให้เกิดการเคลื่อนที่ขึ้นลง ทำให้เกิดแรงดูดและอัดอากาศภายในกระบอกสูบขึ้น ซึ่งปั๊มลมจะมีวาล์วทางด้านดูดและวาล์วทางออกทำงานสัมพันธ์กัน เมื่อลูกสูบมีการเคลื่อนตัวในแนวดิ่งทำให้เกิดการดูดและอัดภายในกระบอกสูบ โดยที่ช่วงการดูดอากาศ ลิ้นช่องดูดเข้าจะทำการเปิดออกเพื่อดึงอากาศเข้ามาภายในกระบอกสูบ แต่ลิ้นทางด้านอัดอากาศออกจะปิดสนิท จากนั้นเมื่อถึงช่วงการอัดอากาศ ตัวลูกสูบจะดันอากาศให้ออกทางลมออก ทำให้ลิ้นทางลมออกเปิด ส่วนทางลิ้นดูดอากาศก็จะปิดลง เมื่อลูกสูบของปั๊มลมขยับขึ้นลงจึงเกิดการดูดและอัดอากาศขึ้น

 

ปั๊มลมลูกสูบที่เป็นที่นิยม มี 2 รูปแบบ ได้แก่

1.ปั๊มลมลูกสูบแบบสายพาน จะมีลักษณะที่หัวปั๊มแยกออกจากกันกับมอเตอร์ โดยหลักการทำงานจะใช้สายพานและมอเตอร์ในการขับ มีให้เลือกใช้งานทั้งแบบ Single Stage และ Two Stage ที่สามารถทำแรงดันได้สูงถึง 15 บาร์

ปั๊มลมลูกสูบแบบใช้สายพานที่ทำแรงดันแบบ Single Stage จะมีทั้งรุ่นที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นและแบบไม่ใช้น้ำมัน มีความแข็งแรงทนทาน รองรับอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ลมแรงดันสูงได้ดี สามารถใช้กับงานหนักได้ เช่น พวกอู่รถสิบล้อ อุตสาหกรรมเป่าขวดพลาสติก เป็นต้น

2.ปั๊มลมลูกสูบแบบโรตารี่ เป็นปั๊มลมแบบที่ใช้น้ำมันหล่อลื่น มีระบบการทำงานแบบ Single Stage ซึ่งสามารถสร้างแรงดันได้ 8 – 10 บาร์ หัวปั๊มจะติดกับตัวมอเตอร์ ปั๊มลมชนิดนี้เป็นปั๊มลมที่ตัวมอเตอร์ขับตรงกับลูกสูบ การส่งผ่านพลังงานจึงทำได้เร็วมาก แต่ต้องใช้น้ำมันในการหล่อลื่นลูกสูบ เพื่อลดการสึกหรอ เสียค่อยข้างดังแต่ทำลมได้เร็วกว่าแบบสายพาน น้ำหนักเบา กระทัดรัด เคลื่อนย้ายสะดวก เหมาะกับงานประเภทอู่รถมอเตอร์ไซค์ อู่รถยนต์ งานบริการซ่อมบำรุงแบบเคลื่อนที่ และงานที่ต้องใช้เครื่องมือลมต่างๆ แต่ควรใช้ติดต่อกันแต่ละครั้งไม่เกิน 3 ชม. อาจทำให้เกิดความเสียหายได้

 

ทำไมปั๊มลมลูกสูบถึงเป็นที่นิยม?

1. มีราคาไม่แพง

2. บำรุงรักษาง่าย ไม่ยุ่งยากต้นทุนต่ำ

3. ใช้งานได้หลากหลายประเภท

4. ทำลมได้เร็ว

5.มีขนาดเล็ก เริ่มต้นที่ 1/4 แรงม้าเท่านั้นเอง

 

3.ปั๊มลมออยฟรี (Oil free) หรือปั๊มลมไร้น้ำมัน เป็นปั๊มลมระบบลูกสูบ ที่มีลักษณะทางวิศวกรรมและการพัฒนามาจากปั๊มลมโรตารี่ (ปั๊มลมขับตรง) ลักษณะการทำงานมีความคล้ายคลึงกัน คือใช้ลูกสูบเป็นตัวสร้างอากาศอัด แต่ปั๊มลมออยฟรีมีลักษณะพิเศษของอะไหล่กระบอกสูบที่ขัดมัน ทำงานร่วมกับอะไหล่แหวนลูกสูบแบบยาง (โอริง) จึงไม่ต้องเติมน้ำมันหล่อลื่น และมีเสียงที่เบามาก ลมที่ได้จากปั๊มลมชนิดนี้จะไม่มีน้ำมัน มีความบริสุทธิ์ไม่มีสิ่งปนเปื้อนหรือปนเปื้อนน้อย เหมาะกับการใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องการลมที่สะอาด

 

จุดเด่นของปั๊มลมออยฟรี

1. ลมอัดที่ได้สะอาดบริสุทธิ์ปราศจากน้ำมัน

2.ได้รับมาตราฐาน ISO 13465(เฉพาะรุ่นที่ระบุ)

3. มีเสียงที่เงียบกว่าเครื่องปั๊มลมชนิดอื่น

ที่นี้เพื่อนๆก็สามารถ เลือกปั๊มลมที่เหมาะสมกับการใช้งานกันได้เลย แต่ว่าถ้าเพื่อนๆยังมีข้อสงสัยหรือเลือกที่เหมาะกับการใช้งานของตัวเองไม่ถูก ทักมาสอบถาม หรือมาทดลองสินค้าจริงได้ที่ บริษัท ธีรวัฒน์เครื่องอัดลม กันได้นะครับ เรามีปั๊มลมทุกชนิดพร้อมจำหน่าย นอกจากนี้ยังมีทีมช่างมืออาชีพที่พร้อมจะแนะนำการใช้งาน และตอบข้อสงสัยให้เพื่อนๆพี่ๆทุกท่านกันครับ

ปั๊มลม puma  ของเราเป็นสินค้าคุณภาพแท้จากไต้หวัน ส่วนเรื่อง After Services ก็สามารถมั่นใจได้อย่างแน่นอน เรามีอะไหล่พร้อมให้บริการและซ่อมบำรุงอยู่ตลอดเวลานึกถึงปั๊มลมอย่าลืมนึกถึง puma นะครับ


ช่องทางการติดต่อ

Line Official: @pumathailand

Tel: 02-225-2331